ขอบ : "เรารัก ฟ้า น๊ะ"
ฟ้า   : "ขอบคุณครับ" ( I feel it in my fingers ! รู้เลยว่าหัวใจสูบฉีดเลือดเร็วและแรงมาก)
 
ขอบ มักจะบอกกับผมอย่างนี้ทุกครั้งหลังจากกลับจากเที่ยวกลางคืน
ขณะมารอผมที่ทำงาน เพื่อกลับไปยังที่พักพร้อมกัน
 
"ช่องทางไหนที่เราเจอกับเค้า ช่องทางนั้นก็เปิดสำหรับเค้าเสมอ"
รุ่นพี่ผมเคยบอกไว้อย่างนี้ เมื่อ 10 กว่าปีมาแล้ว
 
หลังจากเราหมดหน้าที่คู่รัก ต่อกัน
ปีแรก : เจ็บแปล๊บ ๆ บ่อย ๆ  ก็เลยต้องแทนที่ด้วยการท่องราตรี
ปีสอง : เจอกันตามที่ท่องเที่ยวบ้าง เจ็บน้อยลง การท่องราตรีกลายเป็นความเคยชิน
ปีสาม : ไม่ได้เจอกันเลย เจ็บบ้างบางเทศกาล การท่องราตรีเริ่มน้อยลง
ปีสี่    : รับปริญญา ... จึ๊ย.... บ่ไจ้ .... ปีนี้ทุกอย่างเริ่มกลายเป็นความทรงจำสีจาง (ยืมหน่อยนะ ปาล์มมี่)
ปีห้า   : เจอกันอีกครั้ง ความรู้สึกเดิมไหลย้อนกลับมา (ลืมใส่ลอรีเอะ !)
ปีหก  : พยายามเลิกเที่ยวกลางคืน + เลิกดื่ม
          เพื่อนที่คุยทุกวัน เริ่มไม่ค่อยได้คุยกัน
          สังคมเปลี่ยน การใช้ชีวิตก็เปลี่ยน
ปีเจ็ด  : เจอกันอีกครั้ง แต่คราวนี้ ใจเต้น น้อยลง
 
ปีหก ถึง ปีสิบสอง : ชีวิตกลางคืน + เหล้ายาปาปิ้ง ไม่เคยได้กร้ำกราย
จาก extrovert เริ่มผันตัวกลายเป็น introvert
 
ระหว่างนั้นผมได้ทำร้ายความรู้สึก คนต่อ ๆ มา ที่เดทกัน
อาจเพราะความไม่พร้อม หรือ ยังยึดติดอยู่
 
แต่ยังไงก็ตาม ทุกอย่างมันมีเหตุผลของมัน
การเจอกันของผมกับคนต่อ ๆ มา ก็มีเหตุผลของมันเอง
 
ผมก็ต้องขอบคุณ ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
ส่วนคำขอโทษต่อคนเหล่านั้น ผมก็ได้บอกกับพวกเค้าไปแล้ว
 
วันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเรียกว่า หลุดพ้น ได้รึยัง
รู้แต่ว่า ผมไม่เศร้าเลย เวลามีอะไรให้ย้อนเตือนสะกิดถึงเค้าคนเดียวคนนั้น
และผมก็มีความสุขดีกับชีวิตของผม
นี่แหล่ะ คือ ชีวิตของผม และทางเดินที่ผมเลือก
 
วันนึงใกล้ ๆ นี้ ผมจะกลับไปเมืองไทย ไปอยู่อย่างถาวร
ตอนนี้ผมไม่มีเพื่อนที่สนิทมากที่โน่น แต่มิตรภาพ มันก็มีอยู่ทุกทีเน๊อะ
ผมอยากจะไปเป็นครู อยากแบ่งปัน ประสบการณ์ในสายงานที่ได้สัมผัสมา
ให้กับคนที่อยากใช้ชีวิตอย่างนี้
 
เอาใจช่วยผมด้วยนะครับ :)